new tags

“ลูกพ่องามเหมือนเทวดา” เมื่อครั้ง “ในหลวงร.๕” ตรัสชม “เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์”

22 มีนาคม 2022 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

เป็นเรื่องราวจากทางเพจบนเฟซบุ๊ค น้ำเงินเข้ม  ได้โพสต์เผยแพร่เรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตรัสชม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร มื่อคราว สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ทรงเข้าพระราชพิธีโสกันต์ พร้อมระบุข้อความว่า…

Loading...

“สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร” หรือที่ชาววังเรียกกันว่า “ทูลกระหม่อมหญิง” ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี) เมื่อวัน 14 กันยายน พ.ศ. 2420 ซึ่งกล่าวขานกันว่า พระองค์ทรงเป็น #เจ้านายสตรีที่มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่สุด พระฉวีก็ผุดผ่องไม่มีไฝฝ้าราคีเลยแม้แต่น้อย

แต่ความงามนี้ กลับทำให้สมเด็จพระราชบิดาต้องกลุ้มพระราชหฤทัย เพราะในสมัยโบราณนั้นถือความเชื่อที่ว่า ผู้ที่เกิดมางดงามมากยากจะเลี้ยงให้รอดชีวิตต่อไปได้ หรือกล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ใครที่เกิดมางดงามมากจะมีอายุสั้น

Loading...

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งพระชนนี พระพี่เลี้ยง พระนม และแพทย์หลวง ให้ระวังอย่างใกล้ชิด หากทรงพระประชวรแม้แต่นิดเดียวจะต้องรีบกราบบังคมทูลในทันที

ครั้นเวลาผ่านไปจนทูลกระหม่อมหญิงทรงมีพระชนมายุได้ขวบเศษ วันหนึ่งขณะสมเด็จพระบรมชนกนาถกำลังอุ้มส่งให้พระชนนีนั้น ได้ทรงดิ้นไปมาจนพระขนง (คิ้ว) ถูกชามแก้วบนโต๊ะเสวยจนเป็นแผล มีพระโลหิตไหล และทรงกันแสงลั่นพระตำหนัก พระบรมวงศ์ฝ่ายในจึงปลอบว่า “ความวิตกกังวลว่าจะมีพระชนมายุสั้นนั้น เป็นอันผ่านไปแล้วเพราะทรงมีบาดแผลแล้ว” เมื่อเป็นดังนั้น ทั้ง 2 พระองค์จึงคลายพระปริวิตกเรื่องนี้ไปโดยทันที

เมื่อทูลกระหม่อมหญิงมีพระชนม์ได้ 11 พรรษา ทรงได้รับพระราชพิธีโสกันต์เต็มยศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีสวด 3 วัน สมโภช 3 วัน ในการนี้ชาววังต่างลือกันว่าพระองค์งามหนักหนา รัชกาลที่ 5 ถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า “ลูกพ่องามเหมือนเทวดา”

Loading...

ครั้นถึงเวลาแห่โสกันต์ ที่ปกติแล้วจะแห่ในเวลาเย็น แต่คราวนี้บังเอิญพระชนนีป่วย จึงเลื่อนไปแห่เกือบค่ำ ราษฎรที่มาชื่นชมพระบารมีขบวนแห่เมื่อเห็นพระพักตร์ทูลกระหม่อมหญิง ถึงกับพูดว่า “ลูกท่านงามอย่างนี้ มิน่าท่านจึงแห่จนค่ำ”



ครั้นพระราชพิธีแล้วเสร็จ ตามโบราณราชประเพณี พระขัตติยราชนารีต้องงดเสด็จออกข้างนอกเมื่อทรงโสกันต์แล้ว ต้องเก็บตัวอยู่ฝ่ายในและต้องทรงสะพัก (ห่มผ้า) แต่ทูลกระหม่อมหญิงทรงกันแสง เพราะทรงมีพระประสงค์จะรับใช้สมเด็จพระบรมชนกนาถทางฝ่ายหน้าต่อไป ถึงกับไปกราบทูลว่า “ให้รับสั่งเป็นเด็กอีกต่อไป” ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ก็ทรงตามพระทัย แต่ก็มีข้อแม้ว่า “เมื่ออายุครบ 18 เมื่อใดพ่อจะไม่ยอมลูกหญิงอีก” ทูลกระหม่อมหญิงจึงได้รับใช้เบื้องพระยุลบาทอย่างใกล้ชิดต่อไป

“ทูลกระหม่อมหญิง” ทรงได้รับการศึกษาตามโบราณราชประเพณีกุลสตรีชาววัง อีกทั้งยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษจากครูมีทิน และครูทิม จนแตกฉานด้วย

พระองค์โปรดของสวย ๆ งาม ๆ และโปรดการประดิษฐ์ของหลายอย่าง เล่ากันว่า พระองค์ทรงถักโครเชต์และแทตติ้งยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนั้น จนได้รับรางวัลงานประจำปีวัดเบญจมบพิตร โดยทรงแปลงวิธีปักดอกไม้ขวดซึ่งแต่ก่อนปักเสมอกันเป็นพุ่มมาแบบสูงข้างต่ำข้าง และปักใบไม้แซมหรือปล่อยให้ดอกห้อยลงมาบ้างกระจายกันไป

มีบันทึกว่า พวงมาลัยที่ผูกห้อยจากริบบิ้นที่นิยมกันในเวลาต่อมานั้นก็ทรงประดิษฐ์ขึ้นเอง อีกทั้งพระองค์ยังทรงโปรดการฉายภาพ ทรงเข้าห้องล้างอัดด้วยพระองค์เองอยู่เสมออีกด้วย

ครั้นเจริญพระชันษา สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ก็ทรงปฏิบัติตามโบราณราชประเพณีของเจ้านายฝ่ายในอย่างเคร่งครัดตลอดมาและในเรื่องความงามของ “กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร” ก็มีหลักฐานการบันทึกจากพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ ถึงพระสิริโฉมอันงดงามของพระองค์ ดังนี้

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชนิพนธ์ถึงความงามของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร เอาไว้ความว่า…

“ได้ยลพักตร์ลักขณาสุดาพี่ จะหาไหนไม่มีเสมอสอง
เสงี่ยมงามทรามสงวนนวลละออง ไฉนน้องไร้คู่อยู่เอกา
ถ้าอยู่ได้ก็จะอยู่เป็นคู่ชื่น สำราญรื่นร่วมจิตขนิษฐา
จะบนบวงสรวงเหล่าเทวา ขอให้สมปรารถนาคราวนี้เอยฯ”

หม่อมเจ้ามารยาตรกัญญา ดิศกุล บันทึกไว้ว่า…  “ในชั่วชีวิต 5 ขวบของข้าพเจ้า ยังไม่เคยเห็นใครที่งามและน่ารักเหมือนพระองค์ท่านเลย”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ บันทึกไว้ใน “เกิดวังปารุสก์” ว่า… “ข้าพเจ้าจำได้ว่าท่านงามมาก แต่ค่อนข้างจะน่ากลัว ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าไปเรียกท่านผิดว่าทูลหม่อมป้าหญิง เลยถูกท่านเอ็ดเอาว่า อะไร…ทูลหม่อมป้าชายมีที่ไหน”

หม่อมราชวงศ์หญิงสุดใจ บรรยงกะเสนา ผู้ที่ได้มาพึ่งพระบารมีกรมหลวงศรีรัตนโกสินทร มาตั้งแต่ทรงมีพระชนม์ 11 พรรษา จนถึงสิ้นพระชนม์ ได้เขียนเล่าถึงพระองค์ว่า…  “ยังมิได้เล่าถึงพระรูปพระโฉมที่งดงามยิ่ง เมื่อทรงพระเจริญพระชันษาแล้ว ทูลกระหม่อมแดง (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)

ยังทรงชมว่า ‘พี่หญิงช่างงามจริง แม้ท่าบ้วนน้ำหมากก็ไม่เหมือนใคร’ ส่วนพระมารยาท พระอิริยาบถ ก็ได้ยินแต่คนสรรเสริญ และยอพระเกียรติ ว่าด้วยพระกุศลที่ได้ทรงทำไว้แต่หนหลังบันดาลให้งามพร้อมทั้งพระรูปโฉม พระนิสัย และน้ำพระทัย เป็นยอดขัตติยนารี”

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ทรงประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งในปี พ.ศ. 2458 จึงกราบบังคมทูลลาฯ ไปประทับอยู่วังบางขุนพรหมกับทูลกระหม่อมชายพระอนุชา ตราบจนสิ้นพระชนม์ในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2468 สิริพระชันษาได้ 46 ปี

ขอบคุณที่มา นิยตสารศิลปวัฒนธรรม , น้ำเงินเข้ม

Loading...





error: