สง่างามตรึงใจ เผยที่มา ‘ผ้าปักชาวเขาเผ่าม้งลายฟันเลื่อย’ ฉลองพระองค์ใน “พระนางเจ้าสุทิดาฯ”

18 ตุลาคม 2021 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เเฝ้าฯ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำต่างประเทศ กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

Loading...

ในโอกาสนี้  สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมพื้นเรียบ ตกแต่งด้วยผ้าปักชาวเขาเผ่าม้งลายฟันเลื่อย  เข้ากับฉลองพระองค์   นับว่าพระองค์ทรงสืบสานรักษาและต่อยอดพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในด้านการส่งเสริมศิลปาชีพ

ลวดลายบนผืนผ้าม้ง และเทคนิคการสร้างสรรค์ลวดลาย ประกอบด้วย ๓ เทคนิค หลักๆ ได้แก่ การปัก การเย็บติด และการเขียนเทียน โดยทั้ง ๓ เทคนิคนั้นแม้จะมีอุปกรณ์ ขั้นตอน หรือวิธีทาที่แตกต่างกัน แต่หลักสาคัญที่ปรากฎให้เห็นจนเป็นเอกลักษณ์เดียวกันในม้งทุกกลุ่ม คือ ความละเอียดของชิ้นงาน การปัก การเย็บ หรือการเขียนลวดลายต่อเนื่องจนเต็มแน่นตลอดผืนผ้า

Loading...

ประกอบด้วย ลายหลัก ลายประกอบเล็กน้อย ต่างสีสันลดหลั่นกันไปจนเต็มตลอดผืนผ้า ลวดลายเอกลักษณ์ในผ้า ๑ ผืน ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคใด มักจะมีลวดลายปรากฎอยู่ไม่น้อยกว่า ๓ – ๔ ลวดลาย รวมทั้งงานปักม้งไม่นิยมการเว้นที่ว่างโล่งบนผืนผ้าอย่าง ไร้ความหมาย กลายเป็นเอกลักษณ์ศิลปะลวดลายบนผืนผ้าที่มีสีสัน

ลวดลายงดงามที่สะดุดตา อาทิ ลายก๊ากื้อ (ก้นหอย),ลายกั้วปั๊ว(คอกหมู),ลายโหร่ววรั้ว(ผักกูด), ลายแน้งหน่า(ตีนหนู), ลายค้อมมวนเจ(ตาปลา), ลายตื้อตั้วตือ (ก้นหอยมีหาง), ลายปั้นตีวโต่ว (ฝักถั่ว), ลายปั้นดต๊วจี่ (กากบาท หรือไม้กางเขน), ลายลู้เบล้ (เมล้ดข้าวเปลือก), ลายป้อน เจ่ยจ๊อ (หูเสือ), ลายเหน่งก๊า (ตีนไก่), ลายตั้งกื่อ (กลีบกระโปรง), ลายเหง้าฟัง (แม่ม่าย), ลายกั้งยา (ใยแมงมุม), ลายปักวิถีชีวิตม้ง เป็นต้น

Loading...

ลายฟันเลื่อย หรือลายกากบาทเป็นลายที่เกิดจากการปักไขว้ (Cross Stitch) แบบพื้นฐาน แต่ออกแบบให้มีเส้นไขว้ขนาดใหญ่ คล้ายตัวเอ็กซ์ (X) อักษรตัวที่ ๒๔ ในภาษาอังกฤษ โดยมีการปักสี่เหลี่ยมล้อมเส้นไขว้เรียงต่อ ๆ กันไปเป็นกรอบรอบตัวไขว้ใหญ่นั่นเอง



และเช่นเดียวกับลายอื่น ๆ ที่แต่ละตัวไขว้จะตั้งอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมโดยมีการปักลายตรงกึ่งกลางของแต่ละด้าน เป็นรูปคล้ายรูปคล้ายตัวที (T) อักษรตัวที่ ๒๐ ในภาษาอังกฤษ ด้านละหนึ่งตัว

ลวดลายที่ชาวเขาเผ่าม้งนำมาใช้ปักผ้านั้นเดิมทีนำต้นแบบมาจากตัวหนังสือของชาวเขาเผ่าม้งเอง เช่นลายโต้มเซียน หรือเลียนแบบธรรมชาติแวดล้อมในชีวิตประจำวันที่พบเห็นอยู่ทั่วไป เช่นลายโต้มเซียนเจ๋า ซึ่งเรียกเป็นภาษาไทยว่า ลายอุ้งตีนเสือ ลายกะยอหรือลายแมงมุม ลายฮั่วเนียงหรือลายดอกไม้ ลวดลายที่กล่าวมานี้หญิงชาวเขาเผ่าม้งแต่ละคนจะคิดขึ้นเองตามความคิดสร้างสรรค์ของตน

ไม่มีการซ้ำกันเลยอาจมีคล้ายคลึงกันบ้างเพราะพื้นฐานการปักคือการปักไขว้(Cross Stitch) เหมือนกัน ศิลปะการปักผ้าและการออกแบบลวดลายนี้นับเป็นมรดกตกทอดกันมาแต่โบราณอย่างต่อเนื่องโดยการนำลักษณะ รูปร่าง และรูปทรงสีสันตามธรรมชาติรอบตัวมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ใบไม้ สัตว์น้ำ สัตว์บกขนาดใหญ่ ตลอดจนดวงดาวบนท้องฟ้า วัสดุอุปกรณ์ต่างๆนำมาประกอบกันเป็นลวดลายโดยยึดหลักของสัดส่วนที่ลงตัวได้สมมาตรตามสัดส่วน

ขอบคุณที่มา   We love สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

Loading...





error: