ทรงงดงามสง่ายิ่งนัก “12 พระราชินี-เจ้าหญิง” ผู้เลอโฉม สวยที่สุดในโลก

22 พฤษภาคม 2020 | Slide
Loading...

เป็นดั่งเจ้าหญิงในนิยายกับ 12 พระราชินี-เจ้าหญิง ทั่วโลกที่เป็นผู้เลอโฉมทรงงดงามสง่าของโลกนี้ยิ่งนัก วันนี้ทางเว็บไซต์ของเราจึงรวบรวมพระฉายาลักษณ์ของทั้ง 12 พระราชินี-เจ้าหญิง ทั่วโลก ให้ได้รับชมความสง่างามเป็นบุญตา

Loading...

12.แคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ (Catherine, Duchess of Cambridge) หนึ่งในเจ้าหญิงผู้งามสง่าของโลกนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีชื่อของ “แคทเธอรีน มิดเดิลตัน” ที่เวลานี้ต้องเรียกพระองค์ว่า ‘ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์’ พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ว่าที่พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 สำนักพระราชวังอังกฤษได้แถลงว่า เจ้าชายวิลเลียมได้ทรงหมั้นกับพระองค์ในประเทศเคนยา และเข้าพระราชพิธีเสกสมรสในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554 ณ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ หลังพระราชพิธีเสร็จสิ้นพระองค์ทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็นดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ วันที่ 22 กรกฎาคม 2556

Loading...

ทั้งสองมีพระโอรส-ธิดาด้วยกันสามพระองค์ คือ เจ้าชายจอร์จ (22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556) เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ (2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558) และเจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ (23 เมษายน พ.ศ. 2561) ผู้สืบราชสันตติวงศ์สหราชอาณาจักรลำดับที่สาม สี่ และห้า ตามลำดับ

Loading...

11.สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก (Jetsun Pema)
สมเด็จพระราชินี Jetsun Pema สมภพเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1990 ใน Thimphu เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูฏาน บิดาของพระองค์คือ Dhondup Gyaltshen เป็นกัปตันของสายการบินพาณิชย์ ส่วนมารดาของพระองค์ Aum Sonam Chuki เป็นทายาทของหนึ่งในตระกูลขุนนางเก่าแก่ของภูฏาน

และตาของพระองค์ยังเป็นพี่น้องของ Mayum Phuntsho Choden และ Mayum Pema Dechan คู่พี่น้องซึ่งเป็นพระชายาในสมเด็จ Jigme Wangchuck กษัตริย์องค์ที่ 2 ของภูฏาน พระองค์ทรงเป็นบุตรคนที่ 2 ในบรรดาพี่น้อง 5 คนโดยทรงมีพี่น้องเป็นชาย 2 คน และหญิง 2 คน และพี่สาวของพระองค์ได้อภิเษกกับพี่น้องของพระราชาธิบดีด้วย ดังนั้น ในขณะที่พระองค์ยังทรงเป็นปุถุชน พระองค์ก็ทรงมีความเกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์อย่างมาก

10.เจ้าหญิงอะมีรา อัล-ทาวีล (Princess Ameera bint Aidan bin Nayef Al-Taweel Al-Otaibi) พระชันษา 34 ปี ชีวิตของเจ้าหญิงอะมีรา อัล-ทาวีล แห่งซาอุดีอาระเบีย นั้น ราวกับ เทพนิยาย แต่ไม่เหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยายพระองค์อื่นๆ เพราะเจ้าหญิงแสนสวยพระองค์นี้ทรงประสบความสำเร็จด้วยพระองค์เอง แถมยังท้าทายขนบธรรมเนียมเก่าๆ ของโลกอิสลามอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังทรงมีใบขับขี่สากลและชอบขับรถไปไหนมาไหนเองอีกด้วย หลังจากแต่งงานได้ 5 ปี ชีวิตคู่ก็จบลง ด้วยการหย่าร้าง แต่นั่นไม่ได้หยุดยั้งความมุ่งมั่นของเจ้าหญิง ยังคงทรงทุ่มเททำงานให้ผู้หญิงในซาอุดีอาระเบียได้มีชีวิตและการศึกษาที่ดี มีอิสรภาพจากการกดขี่ทางเพศ

ปัจจุบันเจ้าหญิงอะมีราทรงเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิ Alwaleed Bin Talal Foundation องค์กรไม่หวังผลกำไรที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและผู้ด้อยโอกาส ความสวยคมบาดใจของเจ้าหญิง บวกกับความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำให้เจ้าหญิงติดทำเนียบเซเลบสุดฮ็อตมาตลอด

9.เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก Charlene, Princess of Monaco
เป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติแอฟริกาใต้ และได้ดำรงอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งโมนาโก ในฐานะพระชายาในเจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก หลังจากที่ตำแหน่งดังกล่าวได้ว่างลงหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงเกรซ พระมารดาของสวามี วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ทั้งคู่ได้สมรสกันตามกฎหมายที่จัดภายในพระราชวังเจ้าชายแห่งโมนาโก และพิธีสมรสทางศาสนาในวันที่ 2 กรกฎาคม ที่จัดอย่างหรูหรา

หลังการฮันนีมูนของทั้งสองที่ประเทศแอฟริกาใต้ หนังสือพิมพ์ของสเปน, สหราชอาณาจักร และรายงานอื่นๆ ต่างลงข่าวว่าทั้งสองไม่ได้พักอยู่ในโรงแรมเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วทั้งสองจองโรงแรมหลายแห่งที่ห่างกันหลายไมล์ ซึ่งรายงานดังกล่าวเปรียบเสมือนการกระตุ้นความไม่ลงรอยในชีวิตส่วนพระองค์ซึ่งมีตั้งแต่ก่อนการอภิเษกสมรสของทั้งสอง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 พระองค์มีพระประสูติกาลพระโอรสและพระธิดาแฝดคล้ายร่วมกัน 2 พระองค์

8.เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ (Fawzia Fuad of Egypt )
เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ ประสูติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1921 ที่พระราชวังราส เอล-ติน ที่เมืองอะเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าฟุอาดที่ 1 กับสมเด็จพระราชินีนาซลีแห่งอียิปต์ ซึ่งพระมารดาของพระองค์สืบเชื้อสายมาจากสุลัยมาน พาชา ทหารชาวฝรั่งเศสของนโปเลียนที่หันมานับถือศาสนาอิสลาม นอกจากนี้พระปัยกาฝ่ายพระชนนีของพระองค์ก็สืบเชื้อสายมาจากตุรกี พระองค์จึงมีเชื้อสายแอลเบเนีย, ฝรั่งเศส และตุรกี

พระองค์ได้เข้าพระราชพิธีหมั้นกับมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด เรซาแห่งอิหร่านในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1938 ทั้งสองพบกันในพระราชพิธีหมั้นเพียงครั้งเดียวก่อนพระราชพิธีอภิเษกสมรสพระราชพิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นที่พระราชวังอับดีน กรุงไคโรในวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1939 หลังจากการฮันนีมูน ทั้งสองก็จัดพิธีอภิเษกสมรสอีกครั้งที่พระราชวังหินอ่อนในเตหะราน ซึ่งจัดตามพระราชประสงค์ของชาห์เรซาการอภิเษกสมรสของทั้งสองถูกจัดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญระหว่างเจ้าหญิงที่เป็นสุหนี่กับมกุฎราชกุมารที่เป็นชีอะห์

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ ได้สมรสอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1949 กับพันเอกอิสมาอีล ฮุซัยน์ ชีรีน เบย์ (ค.ศ. 1919-1994) ที่ถูกจัดขึ้นที่พระราชวังคุบบา อิสมาอีลซึ่งเป็นพระญาติห่าง ๆ ของพระองค์ เป็นบุตรคนโตของฮุซัยน์ ชีรีน กับเจ้าหญิงอามีนะห์ บีห์รุซ

7.เจ้าหญิงมาร์กาเรต เคาน์เตสแห่งสโนว์ดอน (Princess Margaret, Countess of Snowdon)
เจ้าหญิงมาร์กาเรตประสูติวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2473 ณ ปราสาทกลามีส (Glamis Castle) ประเทศสกอตแลนด์ พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษพระองค์แรกที่ประสูติที่สกอตแลนด์

นับแต่ 300 ปีที่แล้ว พระบิดาและพระมารดาของพระองค์คือ เจ้าฟ้าดยุคและดัชเชสแห่งยอร์ก (Their Royal Highness the Duke and Duchess of York) ในฐานะพระราชนัดดาของพระมหากษัตริย์ผ่านทางสายพระราชโอรส ทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าหญิงมาร์กาเรต แห่งยอร์ก มาตั้งแต่แรกเริ่มประสูติ

6.เจ้าหญิงโซรยาแห่งอิหร่าน (Soraya Esfandiary-Bakhtiary)
โซรยาได้รู้จักกับพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี จากการแนะนำของนางฟารุฆ ซาฟาร์ บักติยารี[2] ขณะที่โซรยายังศึกษาอยู่ในโรงเรียนฟินนิชิง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยทั้งคู่ได้ทำการหมั้นกัน โดยของหมั้นในงานนี้คือแหวนเพชร 22.37 กะรัตในงานอภิเษกสมรสถูกประดับตกแต่งไปด้วยกล้วยไม้ ดอกทิวลิป และดอกคาร์เนชั่น กว่า 1.5 ตัน

โดยนำเข้ามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมไปถึงมหรสพจากกรุงโรม ประเทศอิตาลีฉลองพระองค์ของเจ้าสาวประกอบไปด้วยชุดครุยประดับไข่มุก และตกแต่งกับขนนกมาราบู (marabou stork) ที่ออกแบบโดยคริสเตียน ดิออร์ นอกจากนี้โซรยายังสวมฉลองพระองค์สีขาวยาวอีกชุดหนึ่งในงานนี้ด้วย

5. มหารานี คยาตรี เทวี แห่ง ชัยปุระ อินเดีย(Maharani Gayatri Devi)

4.สมเด็จพระราชินีรานยาแห่งจอร์แดน (Queen Rania of Jordan)
สมเด็จพระราชินีรานยาแห่งจอร์แดน ประสูติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1970 ณ คูเวตซิตี ประเทศคูเวต มีพระนามเดิมว่า รานยา อัลยัสซิน เป็นธิดาของนายไฟซาล เซดกี อัลยัสซิน กับนางอิลฮาม อัลยัสซิน ซึ่งทั้งสองเป็นชาวปาเลสไตน์ โดยพระบิดามีอาชีพเป็นแพทย์รานยา อัลยัสซิน ได้พบกับสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 ซึ่งในขณะนั้นยังดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชาย ในงานเลี้ยงอาหารเย็นช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 1993

และทั้งคู่ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนกระทั่งสองเดือนต่อมาก็ได้มีการหมั้นเกิดขึ้น จนถึงเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปีเดียวกันนั้นเองก็ได้มีการอภิเษกสมรสกัน ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับเชื้อสายปาเลสไตน์ของพระองค์ อย่างไรก็ตามทั้งสองได้มีพระราชโอรส-ธิดาด้วยกัน 4 พระองค์

3.ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ (Diana, Princess of Wales)
พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์และเจ้าชายแห่งเวลส์ ประกอบพิธี ณ มหาวิหารเซนต์พอล เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 โดยได้มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีนี้และมีผู้รับชมทางโทรทัศน์มากกว่า 750 ล้านคนทั่วโลก ไดอานาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอล ดัชเชสแห่งรอธเซย์ และเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์ ไม่นานภายหลังพระราชพิธีอภิเษกสมรส

เจ้าหญิงมีพระประสูติกาลพระโอรสองค์แรก เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสองค์ที่สองในอีก 2 ปีถัดมา ทั้งสองพระองค์อยู่ในตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่สองและสามแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ ในระหว่างทรงดำรงพระอิสริยศเจ้าหญิงแห่งเวลส์

2.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (Queen sirikit of thailand)
ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชดำริว่าตามโบราณราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินีดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

1.เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก(Grace Patricia Kelly)
พระราชพิธีสมรสได้รับการถ่ายทอดไปทั่วยุโรป เกรซต้องจดจำชื่อตำแหน่งทางการให้ได้มากถึง 142 ชื่อ ในงานพระราชพิธีมีแขกผู้มีเกียรติและชนชั้นสูงได้รับเชิญจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 600 คนและคาดว่ามีผู้ชมการถ่ายทอดทางโทรทัศน์รวม 30 ล้านคน เจ้าชายเรนีเยและเจ้าหญิงเกรซพระชายาได้ลงเรือยอชต์ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ท่องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นเวลา 7 วันในคืนวันนั้นเอง

ทั้งสองพระองค์ได้พระราชธิดาพระองค์แรกหลังพระราชพิธีสมรส 9 เดือนกับ 4 วัน มีการยิงสลุต 21 นัดและประกาศเป็นวันหยุดราชการ หยุดการพนัน แจกแชมเปญฟรี และในปีเศษต่อมามีการยิงสลุต 101 นัดเพื่อต้อนรับโอรส คือเจ้าชายอัลแบร์ เจ้าชายเรนีเยและเจ้าหญิงเกรซมีพระโอรสและพระธิดา 3 พระองค์






Loading...



error: